น้ำเอ๋ยน้ำท่วม
โดนกันอ่วมอรทัยทั่วไปหนา
กลุ่มจังหวัดในลุ่มเจ้าพระยา
รวมแล้วน่าจะถึงสามสิบเมือง
ธรรมดาน้ำย่อมไหลลงที่ต่ำ
จะไปกักน้ำไว้ไม่ถูกเรื่อง
ต้องปัดเบี่ยงทางน้ำที่นองเนือง
ให้ไหลเยื้องเลี่ยงหนีเขตนิคม
แต่ผมเกิดความคิดว่าอันน้ำนั้น
ถ้าเอามันใส่ขวดไว้ไม่ให้ล้ม
มันก็จะไม่ไหลไปเที่ยวจม
เราระดมขวดใช้แล้วมาใส่มัน
หรือว่าผลิตขึ้นใหม่เป็นการเฉพาะ
ขนาดเหมาะยี่สิบลิตรที่ฮิตนั่น
ที่เขาใช้เป็นถังตั้งคว่ำขนาดนั้น
พอเหมาะกันไม่หนักมากเกินไป
เอาไปรอรินใส่อยู่ใต้เขื่อน
ไม่ต้องเลื่อนโยกย้ายไปที่ไหน
จัดสถานที่ใกล้กันอยู่ไม่ไกล
เอาขวดเรียงตั้งไว้ไม่ไหลนอง
คิวบิกไร่จุได้หกหมื่นสี่พันลูกบาศก์เมตร
คิดสรรพเสร็จพันไร่หกสิบสี่ล้านที่ฉันจ้อง
เท่ากับที่เขื่อนปล่อยหนึ่งวันอันจำลอง
น้ำไม่ต้องไหลเอ่อเท้อต่อไป
แต่ว่ามันตั้งไว้อยู่กับที่
ถึงคราวมีแห้งแล้งที่แห่งไหน
ก็ค่อยขนน้ำขวดนี่ยังไง
ขนเอาไปแก้แล้งแหล่งกันดาร
เท่ากับเรามีเขื่อนน้ำใหญ่อยู่ในขวด
เอาไว้อวดชาวโลกเขาย่อมกล่าวขาน
ว่าแปลกดียังงี้ก็มีด้วย..เอ้อพิสดาร
แต่ว่ามันทำได้หรือไม่เท่านั้นเอง
ถ้าต้นทุนขวดน้ำลูกละสิบบาท
เผื่อเหลือขาดเอาไว้ไม่ตรงเผง
ก็ประมาณค่าขวดสิบสามล้านเท่านั้นเอง
ไม่ต้องเกรงงบประมาณจะบานปลาย
ทั้งไม่มีผลต่อระบบนิเวศน์
โปรดสังเกตไม่ต้องทำเขื่อนขนาดใหญ่
เพียงแต่มีสถานที่ที่ว่าไว้
สักสองสามหมื่นไร่ก็ได้นา
เท่ากับเขื่อนใหญ่นั้นอันเป็นแม่
ได้เผื่อแผ่ผลิตลูกเขื่อนใช่แล้วหนา
เอาไว้สำรองใส่น้ำถ้าล้นมา
ก็เอามาเก็บไว้ไม่ไหลนอง
อุตสาหกรรมผลิตขวดย่อมทำได้
อีกโรงงานบรรจุไซร้ทำได้คล่อง
ต่อท่อจากใต้เขื่อนเลยฉันเคยมอง
เขาทดลองบรรจุด้วยระบบสายพาน
ประสิทธิภาพวันละเป็นล้านลิตร
แต่ถ้าคิดคิวบิกเมตรเอาพันหาร
ตั้งเป็นหลายสายผลิตก็เบิกบาน
กลายเป็นงานระดับชาติควรจัดทำ
ต่อไปชาวนาไม่ต้องมาน้ำตาตก
ชาวบ้านไม่ต้องยกของหนีเป็นที่ระส่ำ
อุตสาหกรรมเคยเสียหายได้จดจำ
ไม่ต้องทำพนังทรายอีกต่อไป
อันที่จริงพนังทรายก็ยี่สิบลิตร
แต่ถ้าคิดถุง+ทราย+ขนจะราคาหลาย
กั้นพนังคราวนี้เงินใช้ไปเท่าไร
ก็ราคาใกล้ใกล้กันถ้าสร้างแทน
อีกทั้งไม่ต้องฟื้นฟูความเสียหาย
ไม่วุ่นวายเยียวยาประชาแสน (เป็นแสน)
ต่างก็ทำงานไปไม่ขาดแคลน
ควรวางแผนต่อไปปีใหม่มา
เรื่องเขื่อนขวดนี้ควรทำระดับชาติ
เขื่อนจังหวัดเขื่อนตำบลกันเลยหนา
มีเล็กบ้างใหญ่บ้างตามท้องนา
ฝนก็ตกมาให้แล้วควรรับและซับไว้
อีกไม่ต้องสร้างเขื่อนกันอีกแล้ว
เห็นว่าแถวแก่งเสือเต้นนะจะคิดใหม่
ดูดจากคลองใส่ขวดเลยเชยทำไม
เอาตั้งไว้ขนาดไหนก็ได้นา
สรุปท้ายอย่าให้ไหลลงทะเลไปเปล่าเปล่า
ควรจะเอาใช้ประโยชน์เกษตรหนา
ปลูกเต็มที่ไม่ต้องกลัวภัยแล้งจะมา
เพิ่มอัตราผลผลิตกันหลายตันต่อปี
ผ่ายการเมืองเท่านั้นจะทำได้
ผมยังไงก็แค่คิดติดอยู่ที่
จะมีใครนำเอาไปใช้วิธี
รูปธรรมจึงจะมีที่ว่าเอย
ประมุข งามละเมียด
ผู้เสนอติดเครื่องเรือดันน้ำ ปี 38
Thursday, May 17th, 2012
Thursday, May 17th, 2012
Thursday, May 17th, 2012
Saturday, May 12th, 2012
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....